Calendar
 
 

<< November >>

S

M

T

W

T

F

S

26 

27 

28 

29 

30 

31 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

<< 2008>>

 
 
Diary Update
 
 
Vacancy
Very tried tried
Kindergarten
Which date should we go
e'So Joke
Pub pub pub
Going to Thailand this Sat
Stomachache
Friday's horoscope
meeting, sleeping, washing, eating
Good statement
Jakarta & Ho Chi Minh please confirm
Interview from SG
Attendance meeting
Hong Kong >>> KUL Flight Review
bye Bye Hong Kong
Sightseeing in Hong Kong ~ day 2
Sightseeing in Hong Kong ~ day 1
Sightseeing in Macau
Let's go to Macau~HK
HBD to Jebfree
Hongkong please confirm
I won the lotto
Lipeh trip on 18-20 Apr 2008
Hidden from Love
g Horoscope Q1
Let's go to Sunway
L'Oreal LPD Warehouse Sale
gTalk @ Episode 1
Snow White & The Pooh

 
 
Favourites Diary
 
 
 
 







 

Good statement
Good statementForward mail:- ข้อคิดดีๆ จากน้าเน๊ก


คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี 
1 ปี เท่ากับ 365 วัน

แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน

คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที

ลองนับเป็นสัปดาห์  อืม... ไม่เลว 3,120 สัปดาห์

อุแม่เจ้า... แสดงว่า

เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง

คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา

แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน

เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก

เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย

และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ

แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้
มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข

ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน

เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง

หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู

ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก

พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป
โอ๊ย... กลุ้ม

สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน

น้อยเกินไปจริงๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้น คือ

ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี

แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน

นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอก

อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ!

อุแม่เจ้า... เทค 2

คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง

สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!

คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู

กางปฏิทินออกกว้างๆ

เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ... บนโลกนี้

นี่ชั้นกำลังทำบ้าบออะไรอยู่... ไม่เลยน้องสาว

นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น

หากเป็นความจริงที่เราไม่ค่อยได้มองมัน

เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี

แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน

และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง

ส่วนหน่วยนาทีนั้น คำนวณเองบ้างซิว้อยย

เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา (ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่

ผลลัพธ์ที่ได้ แล้วเราจะทำยังไงกับมันดี...

แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ

นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวันๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้

เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า “เงินเดือน”

บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี

ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า... รู้แต่ว่าแม่ชอบ

ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน

เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่า... กูจะเป็นอะไรดี

บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น

ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น

แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่

แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน

บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวันๆ

ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ

มึงแน่... กูแน่... งอนการกุศล

ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ... ไอ้บ้า!!!

และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม “ฆ่าเวลา” ชีวิตมันว่างจัด

ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย

บอกตรงๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล

เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี

อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน... แล้วนะ

ลองคิดแบบนี้บ้าง

ใช่แล้ว... เราจะเกิดความเสียดาย

เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ

ตายได้ไง... หากฝันไม่สำเร็จ

ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย

แต่ให้รีบทำทุกอย่าง

ก่อนที่จะตาย... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้

และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า

เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ

ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า... พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว

ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก

ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง...

ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ... เตือนแล้วไง

รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี

ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย...

เพราะพรุ่งนี้ชั้น (อาจจะ...) ตายแล้ว

ใช้เวลา (ที่อาจจะ...) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้

กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา

นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะอย่างน้อยๆ

เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล



||||| ||| |||||| 



คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี

ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน

ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด

ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น

แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง

เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน

หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย...

แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน

ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ

ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด

และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก

ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน... แล้วนะ

อ้าว!!! รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก

รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่

ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ

เดี๋ยวตายซะก่อน... เสียดายแย่!!!



โดย น้าเน๊ก.
(เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา)

Posted on Fri 22 Aug 2008 9:31


อ่านแล้วคิดๆ
งั้นหนูจะรีบแต่งงานเลยล่ะกันนะ
555
nidnoii   
Sat 23 Aug 2008 16:08 [5]

ไป copy มาจากไหนครับ
ไม่ได้เขียนเองแน่นอน อิอิ

น่าคิดมากเลยครับ
tohsio.diaryclub.com   
Sat 23 Aug 2008 15:59 [4]

สาธุจร้าาาาาา
jebfree.diaryclub.com   
Sat 23 Aug 2008 10:21 [3]

เกิด..แก่..เจ็บตาย..เป็นเรื่องธรรมชาตค่ะ....
อย่าวิตกจริตให้จิตเสื่อมไปมากมายนัก...
จริงอยู่ที่เราควรมีความสุขและเต็มที่กับวันนี้...
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าต้องทุ่มสุดตัวโถมสุดแรง
ใช้ชีวิตอย่างประมาทขาดการวางแผน..ขาดความพอดี.....
ลองนึกซิค่ะ...ถ้าพรุ่งนี้คุณยังไม่ตาย...
แล้ววันพรุ่งนี้ตอนอาย70คุณก็ยังไม่ตายอีก...ุ
คุณจะอยู่ยังไง....??????


ปล. เอ่อ..เพื่อนค่ะรู้สึกว่ายังหากินง่าย..ก๊อปแปะเหมือนเดิมนะคร่ะ..
maillyeye.diaryclub.com   
Fri 22 Aug 2008 15:03 [2]

it's true
jebfree.diaryclub.com   
Fri 22 Aug 2008 9:28 [1]



Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn